“วิโรจน์”เผยหมัดเด็ดโค้งสุดท้ายเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.โยบายชัดเจนทำได้จริง

“วิโรจน์” เยือนสองเขตต่อเนื่องจตุจักร บางซื่อ ลงพื้นที่หาเสียงตลาดสด เข้าชุมชน ขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชน พร้อมชูหมัดเด็ดนโยบายหลัก 12 ข้อ มั่นใจประชาชนเลือกคนที่มีนโยบายชัดเจน

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 1 พรรคก้าวไกล พร้อมผู้สมัคร ส.ก.เขตจตุจักร มาร์ท อภิวัฒน์ ด่านศรีชาญชัย เบอร์ 4 เดินหน้าแนะนำตัวหาเสียงกับพี่น้องประชาชนบริเวณตลาดบางเขนและพื้นที่ใกล้เคียง ระหว่างการลงพื้นที่ ทั้งคู่ได้รับเสียงตอบรับจากพี่น้องประชาชนอย่างคึกคัก สะท้อนความต้องการอยากเลือกตั้งผู้ว่าฯ ครั้งแรกในรอบ 9 ปีของคน กทม. ด้านวิโรจน์มั่นใจว่า คนส่วนใหญ่ในเขตจตุจักร รู้จักมาร์ทในฐานะคนทำงานหนักเพื่อพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี โดยเฉพาะช่วงการระบาดของโควิด มาร์ททำงานอย่างหนักช่วยเหลือคนจตุจักรอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งนี่จะเป็นจุดแข็งสำคัญที่ทำให้ผู้สมัคร ส.ก.เขตนี้จะสามารถคว้าชัยชนะในพื้นที่นี้ได้

นอกจากนี้ วิโรจน์ให้ความเห็นกับผู้สื่อข่าวว่า เขตจตุจักรเป็นพื้นที่ที่มีความเหลื่อมล้ำสูงอีกเขต เนื่องจากมีคนหลากหลายอาชีพ ประชากรมีรายได้หลายระดับ จึงจำเป็นต้องกระตุ้นเศรษฐกิจและอุดหนุนสวัสดิการคนเมือง วิโรจน์ให้ความเห็นเพิ่มเกี่ยวกับเขตจตุจักรว่า ตนกังวลเรื่องการเข้าถึงสาธารณสุขและการจัดการขยะในพื้นที่เขต เพราะช่วงโควิดที่ผ่านมา คนจตุจักรจำนวนไม่น้อยเข้าไม่ถึงระบบสาธารณสุข ทำให้ตนต้องออกนโยบายด้านสาธารณสุขขึ้นมาปิดช่องโหว่ปัญหานี้ ซึ่งก็คือนโยบาย “วัคซีนฟรีจากภาษีประชาชน” ที่เน้นการให้บริการฟรี วัคซีนปอดอักเสบ ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก และพร้อมเปลี่ยนศูนย์สาธารณสุข กทม. เป็นศูนย์ฟรีวัคซีน

ส่วนปัญหาเรื่องการเก็บขยะของพื้นที่ก็เป็นอีกข้อจำกัดหนึ่ง เขตจตุจักรมีตลาดสดจำนวนมาก การจัดการขยะอย่างสม่ำเสมอและการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องผลักดัน ซึ่งที่แล้วมาตนพูดถึงแนวทางการเก็บขยะที่เหลื่อมล้ำกัน สองมาตรฐาน ระหว่างประชาชนและทุนใหญ่ ทุนห้างสรรพสินค้าเสมอ รถขยะ กทม. เก็บขยะห้างวันละสองครั้งทุกวันไม่หยุด แต่กลับเก็บขยะหน้าบ้านประชาชนล่าช้า ซึ่งตนเห็นว่า กทม.ต้องทำงานรับใช้ประชาชนมากกว่าการรับใช้นายทุนห้างสรรพสินค้า

ต่อเนื่องจากพื้นที่เขตจตุจักร วิโรจน์ เดินทางถึงชุมชนตึกแดง เขตบางซื่อ ด้วยรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง (มอเตอร์ไซค์วิน) เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการกระจายรายได้และสนับสนุนประชาชนคนตัวเล็กในพื้นที่ จากนั้นร่วมเดินพบปะประชาชนกับ เนอส ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ผู้สมัคร ส.ก. เขตบางซื่อ เบอร์ 3 เดินหาเสียงพร้อมสื่อสารนโยบายสวัสดิการคนเมือง ระหว่างการหาเสียงมีผู้สูงอายุจำนวนมากให้ความสนใจนโยบายสวัสดิการคนเมือง ที่จะช่วยเติมเงินสวัสดิการให้ผู้สูงอายุเพิ่มอีกคนละ 400 บาท เป็น 1,000 บาท โดยใช้งบกลางของกทม. รวมถึงรายได้จากการจัดเก็บภาษีที่ดิน

วิโรจน์ย้ำว่า นโยบายสวัสดิการคนเมืองที่จะอุดหนุนผู้สูงอายุ เด็ก และคนพิการ เป็นนโยบายที่ทำได้ทันทีใน 100 วันแรกของการเป็นผู้ว่าฯ ไม่ต้องรอ ยิ่งเดินเข้าชุมชน ก็ยิ่งได้เห็นภาพเศรษฐกิจซบเซา ยิ่งต้องเร่งกระจายสวัสดิการให้กับคนกรุงเทพ นอกจากนี้มีเจ้าของร้านโชว์ห่วยหลายรายในชุมชนเดินเข้ามาพูดคุยและแสดงความเห็นว่าต้องการให้ผู้ว่าฯ ช่วยฟื้นเศรษฐกิจและช่วยเรื่องความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น
ด้านวิโรจน์เผยกับผู้สื่อข่าวว่า ช่วงโค้งสุดท้ายจะเน้นสื่อสารนโยบายที่ทำได้จริงเป็นหมัดเด็ด หมัดฮุกทำให้ประชาชนหันมาเลือกตนได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะแนวทางการชูรัฐสวัสดิการ และนโยบายงบประมาณที่คนกรุงเทพเลือกเองได้ ซึ่งนโยบายหลักเหล่านี้จะช่วยแบ่งเบาปัญหาและภาระด้านการเงินของคนกรุงเทพ และสามารถคืนความเป็นธรรมให้ผู้คน ไปพร้อมๆ กับการสร้างเมืองที่ทุกคนเท่ากันได้

ด้านผู้สื่อข่าวตั้งข้อสังเกตทิ้งท้ายว่า ประชาชนมักไม่มีความเชื่อมั่นกับการทำงานของผู้ว่าฯ กทม. เพราะเชื่อว่าไม่สามารถทำนโยบายที่ตามที่พูดได้ วิโรจน์แย้งว่า สาเหตุจริงๆ แล้วมาจากการที่ผู้ว่าฯ คนที่แล้วๆ มา มักเกรงใจผู้รับเหมา นายทุน ทำให้ไม่มีการตัดสินใจเพื่อประชาชน เน้นตัดสินใจอยู่บนฐานของผลประโยชน์กลุ่มทุนและความสัมพันธ์ที่ไม่มียึดโยงกับประชาชนเป็นหลัก ซึ่งตนเชื่อว่า หากได้มีโอกาสเป็นผู้ว่าฯ กทม. นอกจากจะพร้อมชนเพื่อคนกรุงเทพตามสโลแกนที่ว่าไว้แล้ว ยังจะเน้นการทำงานเชิงรุก เน้นผลประโยชน์ประชาชนแทนการรอมชอมและเกี้ยเซี้ยะ

Leave a Reply

Your email address will not be published.